สร้างรายได้จากฟาร์มสาหร่ายสไปรูลิน่าบนดาดฟ้า (Urban Farming) ราคาดี คุณค่าทางอาหารสูง

September 11, 2019
Typp Sathitanont

หลายคนอาจจะคิดว่าทำฟาร์มต้องใช้พื้นที่เยอะมาก ๆ แน่ ยิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วอาจจะยิ่งไม่สะดวกเข้าไปใหญ่ แต่ความจริงแล้วแค่มีพื้นที่บนดาดฟ้าก็สามารถมีฟาร์มสาหร่ายเป็นของตัวเองได้ ทั้งนี้เพราะนวัตกรรมจาก Energaia สตาร์ทอัพสาย Deep Tech ที่จะช่วยพัฒนาชีวิตคนเมืองและโภชนาการด้วยสาหร่ายสไปรูลิน่า ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็น Superfood ที่สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่มีแคลอรี่และคอเรสเตอรอลต่ำกว่าแหล่งอาหารที่ให้โปรตีนชนิดอื่น ๆ อีกหนึ่งตัวเลือกที่สาย Healthy ไม่ควรพลาด

Energaia เป็นอีกหนึ่ง Tech Startup ที่น่าจับตามอง ล่าสุดเพิ่งได้รับเงินลงทุนจำนวนกว่า 3.65 ล้านเหรียญในการลงทุนรอบ Series A ด้วยนวัตกรรมเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าในรูปแบบ Urban Farming หรือ เกษตรแนวใหม่ ซึ่งการทำฟาร์มในลักษณะดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้ที่ใดก็ได้ หรือแม้กระทั่งบนดาดฟ้า ! ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีฟาร์มสาหร่ายสไปรูลิน่าบนดาดฟ้าโรงแรม Novotel ใจกลางสยามสแควร์

Energaia เป็นหนึ่งในผู้เพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าระดับต้น ๆ ของโลก และได้ทำการขยายฟาร์มเพาะปลูกสาหร่ายสไปรูน่าทั่วเอเชีย เช่น อินโดนิเซีย  อินเดีย บังกลาเทศและเวียดนาม และส่งออกไปต่างประเทศ เช่น ในสหรัฐอเมริกา และในทวีปยุโรป และมีระบบรองรับด้วยมาตรฐาน GMP, HACCP และ European Organic Standard นอกจากนี้ยังเป็นพันธมิตรกับ UN Environment

แล้วเราจะเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าบนดาดฟ้าอาคารได้อย่างไร ?

ทาง Energaia ขายระบบการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าแบบปิดในถังปฏิกรชีวภาพ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับเจ้าของตึกที่มีพื้นที่ว่าง ดาดฟ้าอาคาร หรือพื้นที่ที่มีแดดส่องถึง ทั้งนี้ควรเป็นพื้นที่แนวราบหรือถ้าเป็นพื้นที่ใกล้โรงงานจะดีมาก เนื่องจากสาหร่ายจะดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ซึ่งปล่อยออกมาจากโรงงานส่วนใหญ่) เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต เมื่อได้ผลผลิตแล้ว ทาง Energaia จะรับซื้อต่อ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ให้กับเจ้าของตึกที่มีพื้นที่ไม่ได้ใช้อย่างดาดฟ้า แถมยังช่วยลดก๊าซ CO2 ที่เป็นปัจจัยส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย

เพียงมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสาหร่ายสไปรูลิน่า และทาง Energaia จะจัดหาอุปกรณ์ให้ มีระบบ Training และคู่มือ พร้อมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในด้านโครงสร้าง วิศวกรรม และทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนคอย Support ความช่วยเหลือในอนาคต

การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าแบบปิด เป็นการปฏิวัติรูปแบบการเพาะเลี้ยงสไปรูลิน่าที่เคยมีมาในอดีต จากการเพาะเลี้ยงในบ่อน้ำซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนได้ง่าย มาเพาะเลี้ยงในถังปฏิกรชีวภาพระบบปิดแทน ที่จะช่วยให้เพิ่มปริมาณการผลิต ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ใช้ทรัพยากรต่ำ ลดการปนเปื้อน และสามารถเพาะเลี้ยงที่ไหนก็ได้ และยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกมาก เช่น ควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่า, ใช้น้ำน้อย, ลดการระเหย, ตรวจสอบดูแลระบบได้ง่ายและแม่นยำ ด้วยเซนเซอร์ IoT ที่เชื่อมต่อผ่าน Smartphone, มีระบบกรองอากาศ, ระบบใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก เพราะเป็นระบบ Automatic

ในขณะที่โปรตีนจากเนื้อสัตว์และถั่ว ต้องใช้น้ำปริมาณมาก และพื้นที่ขนาดใหญ่ในการเพาะเลี้ยง แต่สไปรูลิน่าใช้น้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 15 ลิตรต่อ 1 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ยังสามารถผลิตสาหร่ายได้ครั้งละจำนวนมาก ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากเป็นระบบปิดและธรรมชาติของสไปรูลิน่าที่สามารถโตได้ภายในไม่กี่วัน และที่สำคัญคือ ราคาขายในตลาดสูง แต่ใช้ต้นทุนต่ำ

ต้องยอมรับว่า ระบบการเพาะเลี้ยงแบบปิดนี้ ทำให้สไปรูลิน่ากลายเป็น 1 ในเทรนด์อาหารแห่งอนาคต (Food of The Future) ทั้งในแง่ของพื้นที่ (ใช้พื้นที่น้อย) อาหาร (ทดแทนเนื้อสัตว์, คุณค่าทางอาหารสูง) สิ่งแวดล้อม (ดูดซับ CO2)

นอกจากนี้ สาหร่ายที่เราเพาะเลี้ยงยังสามารถนำมาแปรรูปได้เป็นผลิตภัณฑ์มากมาย เหมาะสำหรับสาย Healthy เช่น นำสาหร่ายสดหรือผงสาหร่ายใส่โดยตรงลงในอาหาร เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร โดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้รสชาติของอาหารนั้นผิดเพี้ยน เนื่องจากตัวสาหร่ายนั้นไม่มีรสชาติและไม่มีกลิ่น สาหร่ายสไปรูลิน่าอบกรอบ เส้นพาสต้า และในอนาคตจะมีขนมหวานอย่างไอศกรีม หรือ Energy Balls และ Beauty Product อย่าง สบู่ ผลิตภัณฑ์สปา อาหารเสริม หรือ นำผงสาหร่ายมามาส์กหน้าเพื่อกระชับรูขุมขน

ท่านใดที่อยากเลือกสไปรูลิน่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม ร้านค้าที่อยากนำ Product จากสาหร่ายสไปรูลิน่าไปวางขายเพื่อเอาใจสาย Healthy หรือหากท่านที่มีพื้นที่ว่างบนดาดฟ้าและสนใจระบบ Urban Farming สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://energaia.com/

Update ความรู้จาก Disrupt ผ่าน Facebook และ YouTube