สรุปเทรนด์และคำแนะนำสำหรับ EdTech จาก Michael Staton นักลงทุนแนวหน้าในด้าน EdTech จาก Learn Capital

September 16, 2020
Twwo Jaruthassanakul

Michael Staton เป็นหนึ่งในนักลงทุนเเนวหน้าสำหรับ field EdTech ด้วยประสบการณ์การเป็น partner ที่ Learn Capital ทำให้ได้เข้าร่วมลงทุนกับบริษัท EdTech ชั้นนำ อย่างเช่น Coursera เเละ VIPKids ทาง Disrupt ได้มีโอกาสเชิญ Michael มาบรรยายที่งาน Education Disruption 2018 เเละได้สรุป takeaway มาให้ผู้อ่านดังนี้ 


Trends 

Rise of Live:

การเติบโตของการเรียนรู้ออนไลน์เเบบ real-time หรือ Live ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้การเรียนการสอนออนไลน์เเบบ Live ในปัจจุบันไม่กระตุก และได้กลายเป็นจุดกำเนิดของ Edtech เจ๋ง ๆ อย่าง VIPKids เเละ Varsity Tutor ขึ้นมา

Cloud-powered schools:

Michael กล่าวว่า EdTech บางเจ้ากำลัง completely reinvent โรงเรียนผ่าน cloud technology เขาได้ยกตัวอย่างบริษัท Bridge ที่มีการตั้งเป้าจะนำการศึกษาที่มีคุณภาพเหมือนโรงเรียนเอกชนไปสู่เด็กยากจนทั่วโลกโดย Michael คาดการณ์ว่าในอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะมีความเป็นไปได้ที่เด็กทั่วโลกจะสามารถเข้าถึงการศึกษาชั้นประถมที่มีคุณภาพได้ผ่าน Cloud powered schools 

Enterprise Software in Corporate Learning:

Michael ได้กล่าวถึงอีกหนึ่ง trend ที่ได้พบ นั่นก็คือ trend ของ corporate learning ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับพนักงานบริษัทที่จะได้ทำ corporate learning ยิ่งไปกว่านั้นคือมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนขึ้นระหว่างการเรียนเเละการจ้างงาน 


Guide For Entrepreneurs

Understand path to market:

อันนี้  Michael ย้ำว่าเป็นจุดที่สำคัญมากเเต่หลายคนเข้าใจผิด Michael กล่าวว่า solution Edtech จะเริ่มได้ในสองตลาด ตลาดเเรกคือตลาด Extreme Market ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้เรียนหรือครอบครัวผู้เรียนมีความต้องการสูงเเละชัดเจนว่าอยากได้อะไร ซึ่งต้องมีคุณภาพสูงกว่า เเตกต่าง เเละดีกว่าเดิม สำหรับ Edtech ที่เน้นตลาดนี้ ก่อนอื่นก็จะต้องทำสิ่งที่เรียกว่า Value innovation นั่นก็คือการหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะสร้าง value ใหม่ๆ ให้กับผู้เรียน กลับกันอีกหนึ่งตลาดที่ target ก็คือ Unserved Market หรือตลาดที่ผู้เรียนไม่สามารถเข้าถึงอะไรได้เลย เพราะฉะนั้น Edtech ที่ target กลุ่มนี้จะต้องทำ Disruptive innovation หรือว่านวัตกรรมที่ทำให้ช่วยลดต้นทุน เพิ่มสเกลง่าย เเละสะดวกสบายขึ้นในการใช้งาน สำหรับทั้ง Disruptive เเละ Value innovation Michael กล่าวว่าเราต้องเริ่มจากหนึ่งในสองตลาดนี้เเล้วค่อย ๆ เวิร์คเข้าหา mass market เพราะการที่จะทำให้ Edtech solution เข้าถึง mass market ได้อย่างทั่วถึงจริงๆ อาจจะใช้เวลานาน 10-20 ปีได้ ดังนี้วิธีการที่ดีกว่า คือ การเริ่มต้นในหนึ่งตลาดจากที่กล่าวนั้น เเล้วทำให้สเกลใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อที่จะได้ economies of scale เเล้วจากนั้นค่อยขยับขึ้น หรือลงไปหา mass market 

Differentiate or die:

อันนี้เป็น principle ที่ apply ได้กับธุรกิจเกือบทุกรูปเเบบ key หลักก็คือ Edtech ต้องมีอะไรที่ต่างจากคู่เเข่ง เเละเป็นสิ่งที่คนเรียนต้องการอย่างชัดเจน นี่ถือเป็น task ที่ยากมาก ๆ ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ไปกับ Product หรือผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าเดิมไม่ถึง 10x เท่า หรือถูกลงกว่าเดิมแบบ 10x เท่า

Create a delightful product:

ผู้ทำ Edtech หลายเจ้าจะชอบทำ research แบบผิวเผินกับนักเรียน เเต่ Michael เเนะนำว่าต้องทำ research เชิงลึกให้เป็น เพราะว่าปกติเเล้วคนมักจะชอบบอกว่าเขาอยากได้อะไร เเต่พอทำให้เเล้ว เขากลับไม่ประทับใจ เราจึงต้อง research จนเข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจริง ๆ บางอย่างตัวนักเรียนเองหรือครูเองก็อาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการด้วยซ้ำ เเต่พอเราเอาไปนำเสนอเเล้วเขากลับประทับใจ surprise เเล้วบอกว่า ใช่ นี่แหละคือสิ่งที่ต้องการ

Emerging Business Models:

Edtechs ต้องเลือกว่าเราจะเเก้ปัญหาเเบบ full stack หรือว่าครบวงจร ซึ่งอาจจะต้องคิดอย่างละเอียดว่าต้องมี value proposition กี่อันเพื่อที่จะตอบโจทย์เเละ convince องกรค์หรือโรงเรียนมาใช้ได้ ส่วนอีกทางหนึ่งคือ สร้าง precision product ที่เเก้ปัญหาจุด ๆ หนึ่งโดยเฉพาะ precision product จะเข้าถึงตลาดได้ง่ายกว่าเพราะว่า product จะเน้นการเเก้ปัญหาที่จุด ๆ นึง ไม่ไป disrupt flow ของการเรียนตรงอื่นทำให้โรงเรียน adopt ได้ง่ายขึ้น

Configuration:

Michael ยัวได้ทิ้งท้ายว่า อีกอย่างที่หลายคนมองข้ามคือองค์ประกอบของการศึกษา differentiation อาจจะมาจากการจัดการองค์ประกอบก็ได้ เพราะหลายครั้ง edtech ไม่ได้มี differentiation ชัดเจนในเชิง product นอกจากนั้น Michael กล่าวว่า ต้นทุนของการศึกษาที่เพิ่มขึ้นโดยคุณภาพไม่ได้เพิ่มตาม อาจจะมาจากการจัดการขอองค์ประกอบที่ไม่มีประสิทธิภาพมากกว่าการเรียนการสอนที่ไม่ดี 


ติดตามข่าวสารความรู้ในวงการสตาร์ทอัพได้ทางเพจ Disrupt Technology Venture และพบกันที่งาน Education Disruption Conference 2020: Reimagine Thailand’s Education 2030, Virtual Conference ที่จะพาทุกคนมาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของการศึกษาไทยที่กำลังจะเกิดขึ้น ผ่าน Content สุด exclusive จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมากมาย พร้อมทั้งฟังประสบการณ์ จาก EdTech Startups และ Social Entrepreneurs ที่ประสบความสำเร็จทั้งในไทยและต่างประเทศ ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ ที่นี่


Update ความรู้จาก Disrupt ได้ที่ช่องทาง