Tools สุดเวิร์ค ช่วยพ่อแม่จัด Homeschool ให้ลูก

เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้โรงเรียนหลายแห่งต้องประกาศหยุดเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากต้องแบกรับหน้าที่ในการสอนหนังสือลูก ๆ อยู่ที่บ้านแทน ทำให้ภาระความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสองเท่า นั่นก็คือการดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับทุกคนในครอบครัว และ การช่วยให้ลูกได้เรียนหนังสือจากที่บ้าน หรือ Homeschool ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือและเทคนิคเคล็ดลับต่าง ๆ อยู่มากมายที่จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้เพื่อทำให้การเรียนหนังสือจากที่บ้านมีประสิทธิภาพไปพร้อมกับความสนุกสนาน

เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการกำหนดตารางเรียนเเละแผนกิจรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อให้ทุกคนในบ้านได้รับรู้ร่วมกันว่าเเพลนเเต่ละวันใครจะต้องทำอะไรบ้าง โดยที่เด็ก ๆ ก็จะสามารถเรียนตามตารางได้เหมือนกับตอนที่เรียนในโรงเรียน เคล็ดลับเล็กน้อยสำหรับการจัดตาราง นั่นก็คือ ต้องอย่าลืมว่านอกเหนือจากการเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวแล้ว การพักผ่อนหรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ควรวางแผนให้เด็ก ๆ ได้มีเวลาหยุดพักบ้าง เด็กก็เหมือนกับผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ที่ต้องการใช้เวลาส่วนตัวตามลำพังไปกับการเล่นหรือการสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก

สำหรับตัวช่วยจัดการเรื่องตารางเวลานั้น ผู้ปกครองสามารถใช้ Tools ต่าง ๆ ได้ อย่างเช่น Clockify ซึ่งเป็นโปรแกรมติดตามเวลา (Time tracker) และไทม์ชีตที่สามารถนำมาใช้งานได้ฟรี ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองติดตามตารางเวลาประจำวัน เช็กข้อมูลอินไซด์เกี่ยวกับการใช้เวลาไปกับสิ่งที่มอบหมายให้แต่ละอย่าง

ในส่วนของเนื้อหาการเรียนนั้น คลังความรู้ออนไลน์ อย่าง BrainPOP ก็จะช่วยเปลี่ยนห้องทุกห้องในบ้านให้กลายเป็นห้องเรียนได้ ด้วยคลิปแอนิเมชันสั้น ๆ ที่มาพร้อมกับแบบทดสอบและสื่อการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาวิชาหลักต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ หรือแม้กระทั่ง วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ

ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ปกครองท่านใดที่อาจจะยุ่งและไม่มีเวลามากนัก แพลตฟอร์มการเรียนรู้อย่าง Outschool.com จะสามารถเข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างดี เนื่องจาก Outschool เป็น platform การเรียนสดออนไลน์ที่มีคลาสมากกว่า 10,000 คลาส เริ่มตั้งแต่นักเรียนอายุ 3 ขวบ ไปจนถึง 18 ปี ส่วนราคานั้นเริ่มต้นเพียง $5 ต่อคลาส

ส่วนใครที่สนใจอยากเรียนภาษา แอปพลิเคชัน Duolingo คือหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถพัฒนาทักษะทางด้านภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยรูปแบบ Freemium ผู้ใช้จึงสามารถเรียนรู้ภาษาต่าง ๆ ได้มากกว่า 30 ภาษา พร้อมบทเรียนเล็ก ๆ ประกอบเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้น และสุดท้ายสำหรับผู้ปกครองท่านใดที่อยากให้ลูก ๆ ได้พัฒนาทักษะทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์อย่าง Voxy (https://voxy.co.th/th/) ก็ถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่ย่อย เพราะมีบทเรียนให้สามารถเรียนกันสด ๆ ได้ในคลาส

อย่างที่รู้กันดีว่าเด็ก ๆ มักจะขี้เบื่อได้ง่าย ดังนั้นเราอาจจะต้องหาสาระที่มาพร้อมกับความบันเทิงให้กับเด็ก ๆ ซึ่งผู้ปกครองสามารถหาได้จากชาแนลของ YouTube อย่าง Crash Course Kids และ National Geographic Kids ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลการเรียนรู้ที่สามารถดึงความสนใจของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือช่วยฝึกนิสัยการเรียนรู้ด้วยตนเองให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย ตัวอย่างเช่น หลังจากดูวิดีโอที่เกี่ยวกับอาหารจบ เด็ก ๆ ก็จะได้รับการแนะนำวิดีโออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารต่อ ซึ่งหากเด็ก ๆ มีความใฝ่รู้ พวกเขาก็จะสามารถต่อยอดความรู้ในสิ่งที่พวกเขาสนใจนั้นได้

นอกจากวิดีโอใน Youtube แล้ว Amazon ก็ได้ประกาศยกเลิกการชำระเงินสมัครสมาชิก สำหรับหนังสือและ Audio Story ต่าง ๆ ที่ให้บริการสำหรับเด็กและนักเรียนทุกวัย (ซึ่งจะเปิดให้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ได้ฟรีจนกว่าโรงเรียนจะเปิดทำการตามปกติ) ทำให้เด็ก ๆ สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่เป็นเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ได้ในทันทีที่ต้องการ

(https://stories.audible.com/start-listen?fbclid=IwAR2yUkwEJ1nh0zZInNf7UeZbd4N393V5TixO5lE_Sd7r8sWystmz_9OgvFY)

ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น กิจกรรมนอกเหนือจากการเรียนเพียงอย่างเดียว ก็มีความสำคัญเช่นกัน Tools ต่าง ๆ เช่น Chorepad ถือเป็นแอปที่ออกแบบมาให้กับครอบครัวที่มีเด็กเล็กเป็นพิเศษ เนื่องจาก Chorepad ช่วยให้เด็กเล็กสามารถจัดการกับงานบ้านผ่าน To-Do list ได้ ด้วย UX ที่ทำออกมาให้เป็นมิตรกับเด็ก ผ่านเทคนิคง่าย ๆ ด้วยการเล่นเกมพร้อมกับมอบรางวัลเมื่อทำภาระกิจสำเร็จ (ซึ่งผู้ปกครองสามารถกำหนดได้) สรุปก็คือแอปนี้ถือเป็นอีกหนึ่ง Tool ที่น่าสนใจ และเหมาะสำหรับการฝึกนิสัยเด็ก ๆ เพื่อช่วยเหลืองานบ้านให้กับครอบครัว

Chorepad.com

สุดท้ายนี้ ยังมีผู้ปกครองอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้ อย่าลืมใช้พลังชุมชนเหล่านี้เพื่อ connect และร่วมมือกันกับผู้ปกครองที่ทำ Homeschool ท่านอื่น ๆ รวมไปถึงคุณครูในโรงเรียนของลูกคุณ เพราะยังไงคุณครูก็ยังคงเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดี เนื่องจากคุณครูคือผู้เชี่ยวชาญในด้านการให้ความรู้โดยตรง

Inskru คือแหล่งชุมชนของคุณครูจากทั่วทั้งประเทศ ที่พร้อมจะช่วยทุกท่านแนะนำแนวทางในการฝึกปฏิบัติ การมอบหมายงาน และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดีที่สุด โดยที่ท่านสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ทันที


สำหรับใครที่มีไอเดียอยากลุกขึ้นมาช่วยทำให้การศึกษาในประเทศไทยดีขึ้น ขอเชิญสมัครเข้าแข่งขันกับงาน Education Disruption Hackathon ครั้งที่ 2 โดยสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.disruptignite.com/hackathon

Update ความรู้จาก Disrupt ได้ที่ช่องทาง