Cafe X คาเฟ่แห่งอนาคต เสิร์ฟกาแฟโดยบาริสต้าหุ่นยนต์

December 19, 2019
Pat Thitipattakul

จะเป็นอย่างไร หากใช้หุ่นยนต์มาเสิร์ฟกาแฟ?

นี่คือคำถามที่ Henry Hu ถามกับตัวเอง ซึ่งต่อมาเขาก็ได้ก่อตั้ง CafeX ร้านกาแฟอัจฉริยะ ในปี 2015 ในตอนที่เขาอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปลองใช้บริการที่ร้าน CafeX 2 สาขาในเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกามาและเกิดความประทับใจเป็นอย่างมาก ในบทความนี้จึงอยากเล่าประสบการณ์และส่งต่อเรื่องราวธุรกิจ CafeX คาเฟ่แห่งอนาคต


กล้าคิดแบบ 10x ทำให้เกิดนวัตกรรมล้ำสมัยที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

Cafe X เกิดขึ้นมาจาก pain point ของตัวผู้ก่อตั้งเอง Henry ชอบดื่มกาแฟมาก แต่เกลียดการต่อแถวยาวเหยียดเพื่อสั่งกาแฟ อีกทั้งต้องรอนานกว่าจะได้กาแฟ เขารู้สึกเสียเวลาเป็นอย่างมาก ในระหว่างที่รอ เขาจึงลองสังเกตการทำงานของพนักงานในร้านกาแฟ แล้วพบว่ามีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในหลายจุด เช่น ในระหว่างที่พนักงานกดเครื่องชงกาแฟ ก็ต้องรอกาแฟช็อต Espresso ออกมาจากเครื่องให้เสร็จก่อน จึงจะทำขั้นตอนต่อไปคือใส่นม แล้วยังต้องสลับแก้วหมุนไปมา จึงเกิดความคิดสงสัยว่า ถ้านำหุ่นยนต์เข้ามาทำงาน ลดหรือสลับขั้นตอน แล้วมันจะเร็วขึ้นไหม? 

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ณ ตอนนั้น Henry อายุเพียง 23 เท่านั้นและยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาอย่างไร มีเพียงแค่ความรู้บางส่วนเรื่องเครื่องจักรผลิตรถในโรงงาน แต่ด้วยความแน่วแน่ เขาตัดสินใจขายรถ และขอเงินลงทุนจากเพื่อนและครอบครัว มาจ้างโปรแกรมเมอร์ในฮ่องกงสร้างระบบปฏิบัติการแรกขึ้นมา โดยตัวแขนหุ่นยนต์ก็ไม่ได้ให้ทำอะไรซับซ้อน เลียนแบบมาจากแขนหุ่นยนต์ที่ใช้ในโรงงาน นำมาเขียนชุดคำสั่งใหม่สำหรับการชงกาแฟ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้รับทุนจากโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการของ Peter Thiel หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Paypal จึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยมาทำ Cafe X เต็มตัว 

หลังจากการพัฒนาระบบเป็นเวลา 2 ปีเต็มและการทดสอบในฮ่องกง Cafe X เปิดตัวสาขาแรกในสหรัฐอเมริกาในปี 2017 โดยได้รับการขนานนามว่าเป็นคาเฟ่หุ่นยนต์แห่งแรกของโลก ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ระดมทุนจากนักลงทุนชื่อดังได้มากถึง 12 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีทีมงาน full-time เพียงแค่ 20 คน ปัจจุบันมีสาขาหลัก 3 สาขา หุ่นยนต์ 1 เครื่องมีต้นทุนในการผลิต 25,000 เหรียญสหรัฐ ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดสามารถสั่งการให้หุ่นยนต์ผลิตกาแฟ 3 แก้วพร้อมกันได้ในเวลาเพียง 40 วินาทีเท่านั้น ตอบโจทย์คนที่จำเป็นต้องเร่งรีบ


รีวิวประสบการณ์สั่งกาแฟ Cafe X ครั้งแรก

  • รูปแบบร้านมี 2 แบบ คือ แบบคาเฟ่มีที่นั่ง กับแบบ Kiosk สำหรับ grab-and-go 
  • บางช่วงเวลาก็คนเยอะ แต่ในระหว่างวันก็ไม่ได้คนเยอะมากเท่าไร 
  • สั่งผ่าน iPad ที่หน้าร้าน หรือ บน app มือถือก็ได้ ถ้ารีบ สามารถสั่งล่วงหน้าในมือถือ เมื่อเครื่องดื่มทำเสร็จเรียบร้อยจะมี notification แจ้งรหัสในการรับ เพื่อป้องกันคนรับผิด หรือ ขโมยของคนอื่น
  • Cashless ไม่มีการใช้เงินสด ตัดเงินใน app โดยสามารถจ่ายผ่านบัตรเดบิต เครดิต หรือ Paypal สะดวกรวดเร็ว
  • เมนูมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งกาแฟและชา และสามารถ customize ได้ หลังจากเลือกเมนูเครื่องดื่มแล้ว สามารถเลือก สายพันธุ์เมล็ดกาแฟ นม และ ไซรัป แบบที่ชอบได้ มีให้เลือกหลากหลาย เช่น นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมโอ๊ต
  • พอสั่งแล้ว หุ่นยนต์จะเริ่มทำงานทันที ตอนยืนดูขั้นตอนต่าง ๆ แปลกตาและสนุกดี
  • ทำเสร็จเร็ว รู้สึกว่าใช้งานง่าย และสะดวกดี
  • รสชาติอร่อย กาแฟกลมกล่อม นมเข้มข้น รู้สึกได้ว่าใช้ผลิตภัณฑ์ดี
  • ราคาปานกลางเมื่อเทียบกับเจ้าอื่น ประมาณ 80-200 บาท แก้วมาตรฐานขนาดเล็กกว่าที่คิด (8 oz)
  • เวลาไม่มีคนเข้าร้าน หุ่นยนต์จะขยับไปมา กวักมือ โบกเรียกให้คนหันมามอง ให้มาเข้าร้านด้วย 
  • หากสร้าง account แล้ว ระบบจะเก็บข้อมูลการสั่งของเรา ทำให้สะดวกมากในการสั่งครั้งต่อไป เช่น บางคนชอบหวานน้อย นมถั่วเหลือง ก็บันทึกไว้ได้เลยว่าจะสั่งแบบนี้ทุกครั้ง นอกจากนี้สามารถสะสมแต้มได้ด้วย
  • ไปลองชิมมา 2 ครั้ง 2 สาขา รสชาติไม่ผิดเพี้ยนเลย เพราะใช้หุ่นยนต์ทำจึงมีความแม่นยำสูง 

โดยรวมค่อนข้างประทับใจด้วยประสบการณ์สั่งที่แปลกใหม่ ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว รสชาติดี แต่ราคาจัดว่ายังสูงไปหน่อย แนะนำให้ทุกท่านที่ไปซานฟรานซิสโกไปลองชิมดูสักครั้ง

แล้วแบบนี้หุ่นยนต์จะมาแทนที่คนไหม?

ทีมงาน Cafe X มองว่าต้องการนำหุ่นยนต์มาใช้ทำงานในขั้นตอนที่ซ้ำซากและน่าเบื่อ จริงอยู่ว่าร้านกาแฟ Cafe X ไม่มีบาริสต้าเลย แต่ทีมงานผู้ก่อตั้งก็มองว่าพวกเขาได้สร้างงานรูปแบบใหม่ขึ้นมา เช่น Coffee Bar Specialist ซึ่งมีหน้าที่คอยให้คำแนะนำลูกค้า ดูแลความเรียบร้อยของร้าน เติมเมล็ดกาแฟในเครื่อง ตรวจสอบและบันทึกการทำงานของหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นงานที่ใช้ทักษะระดับสูงขึ้น ความเหนื่อยกายน้อยลง เขามองว่าทุกคนควรมีโอกาสที่ได้ทำงานรูปแบบใหม่ ๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ แล้วปล่อยให้งานซ้ำซากที่คนไม่ค่อยอยากทำกันเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์ไป

Cafe X นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ยิ่งในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากที่สุด คนเริ่มไม่ต้องการต่อคิวอีกต่อไป มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในอุตสาหกรรมอาหาร อีกทั้งการนำหุ่นยนต์มาใช้ ยังช่วยลดต้นทุนในระยะยาว ควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามขั้นตอนมาตรฐาน ทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพดีได้โดยยังคงราคาเท่าเดิม เพิ่มคุณค่าให้ลูกค้า 


ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Business Insider และ Techcrunch


Update ความรู้จาก Disrupt ได้ที่ช่องทาง