Mindset Maker - ปัญหาเด็กและเยาวชน ป้องกันได้ เริ่มจากคนใกล้ตัว

December 21, 2020
Patty Pemika

ประเทศไทยเผชิญปัญหาเด็กและเยาวชนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความรุนแรง ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมอื่น ๆ มากมาย

หลาย ๆ คนเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ เกิดจากตัวเด็ก และต้องถูกแก้ที่ตัวเด็ก ความเชื่อนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพผู้ใหญ่ออกมากดดันเด็ก บังคับ หรือแม้กระทั่งลงโทษด้วยความรุนแรง เพื่อควบคุมพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนให้เป็นอย่างที่ตนต้องการ แต่กลับยิ่งทำให้เด็กไม่เชื่อใจคนรอบตัว และตอกย้ำให้ปัญหาเลวร้ายกว่าเดิม

แต่เคยคิดไหมว่า... ปัญหา อาจไม่ได้เกิดที่ตัวเด็ก แต่อยู่ที่สภาพแวดล้อมที่พวกเขาได้เติบโตขึ้นมา

เคยคิดไหมว่า… การแก้ไข อาจต้องเปลี่ยนมากกว่าแค่ที่ตัวเด็ก แต่ต้องเปลี่ยนที่คนใกล้ตัว อย่าง คุณครูและผู้ปกครอง

นี่คือความเชื่อของ Mindset Maker Social Impact Startup นำทีมโดย คุณสมิต (อรุณฉัตร คุรุวาณิชย์) นักจิตวิทยาเชิงบวก ผู้มีความฝันที่จะพาคุณครูและผู้ปกครองทั่วประเทศไทยมารู้จักคำว่า “จิตวิทยาเชิงบวก” พร้อมเรียนรู้ว่าจะประยุกต์ใช้อย่างไร ให้สามารถปลูกฝัง Mindset ที่ดีให้กับเยาวชน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป…

Mindset ที่ดี เปลี่ยนชีวิตเด็กได้

เด็กและเยาวชนทุกคนล้วนต้องเผชิญอุปสรรคและทางเลือกตลอดระยะเวลาแห่งการเติบโต หากเยาวชนไม่ได้รับการปลูกฝัง Mindset หรือ ชุดความคิด ที่เหมาะสมตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเจอปัญหาที่กระทบกระเทือนจิตใจก็จะไม่สามารถตีความ จัดการอารมณ์ และเลือกวิธีตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และนำไปสู่การแสดงออกที่สังคมมองว่าเป็นปัญหาในที่สุด


จิตวิทยาเชิงบวก คืออะไร? ช่วยสร้าง Mindset ที่ดีได้อย่างไร?

โดยทั่วไปหากเราพูดถึง ‘จิตวิทยา’ มักหมายถึงศาสตร์ที่ช่วยให้เข้าใจอารมณ์เชิงลบในตัวบุคคล เข้าใจว่าทำไมคนคนหนึ่งถึง ‘ผิดปกติ’ และจะหาทางทำให้ ‘กลับมาเป็นปกติ’ ได้อย่างไร ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผิดพลาดไป หรือ “Focus on what’s wrong” และเป็นเหตุผลที่คนส่วนมากมองว่ากระบวนการทางจิตวิทยานั้นสำคัญกับผู้ที่เผชิญปัญหาแล้วเท่านั้น

แต่สำหรับ Mindset Maker พวกเขาเชื่อมั่นใน จิตวิทยาเชิงบวก หรือ Positive Psychology ซึ่งเป็นศาสตร์ทางจิตวิทยาอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เน้นเสริมสร้างความเข้มแข็งภายในจิตใจของบุคคล ผ่านกระบวนการที่ทำให้มองเห็นคุณค่าและจุดแข็งในของตนเอง เป็นการ “Focus on what works” และนำสิ่งนั้นมาต่อยอด มากกว่านั่งจับผิดในสิ่งที่พลาดไป

จิตวิทยาเชิงบวก ช่วยปลูกฝัง Mindset ให้เยาวชน “มองโลกตามความเป็นจริง” ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเจอทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดีชีวิตในชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน เยาวชนต้องรับรู้ว่าพวกเขายังใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความหวังได้ เพราะยังมีทางออกอีกมากมาย ให้เขาสามารถเลือกกำหนดอนาคตของตนเองให้ดีขึ้นได้ ที่คือความเป็นจริงของโลกในมุมมองของจิตวิทยาเชิงบวก ที่สามารถช่วยให้เยาวชนสามารถเผชิญปัญหา วิเคราะห์ หาทางแก้ด้วยสติ และก้าวผ่านปัญหาไปได้อย่างสร้างสรรค์ 

นอกจากนี้ ยังช่วยปลูกฝังให้เยาวชน “ไม่ลดคุณค่าในตนเอง” และรับรู้ว่าตนเองมีจุดแข็งและคุณค่าต่อคนรอบข้างอย่างไร หากต้องเจอเหตุการณ์หรือบุคคลอื่นที่ใช้คำพูดหรือการกระทำลดทอนคุณค่าในตัวพวกเขา พวกเขาจะไม่หวั่นไหว เพราะรู้ชัดถึงคุณค่าในตัวของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนจัดการอารมณ์เชิงลบต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวได้

หลักจิตวิทยาเชิงบวก เป็นการสร้างพื้นฐานจิตใจที่เข้มแข็งและมั่นคง ซึ่งจะช่วย ‘ป้องกัน’ ปัญหาเด็กและเยาวชน มากกว่าการรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยหาวิธีแก้ไข

เปลี่ยน Mindset เริ่มง่าย ๆ จากคนใกล้ตัว

หลังจากที่คุณสมิตทำงานในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนมาอย่างยาวนาน และได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ คุณสมิตจึงตัดสินใจก่อตั้ง โครงการ FamSkool (Positive Family Engagement Project) ภายใต้องค์กร Life Education (Thailand) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนาการทำงานร่วมกันของบุคคลสำคัญ 2 ฝ่าย ได้แก่ คุณครู และครอบครัว ให้มีความเข้าใจในหลักจิตวิทยาเชิงบวก และร่วมออกแบบกระบวนนำไปใช้ ซึ่งได้ริเริ่มไปแล้วกับโรงเรียนมัธยมศึกษาและสถาบันอาชีวะหลายแห่งทั่วประเทศกว่า 10 สถาบัน และได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อนำไปใช้แล้ว คุณครูสามารถเข้าใจนักเรียน มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และช่วยนักเรียนก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ ได้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า Mindset และ จิตวิทยาเชิงบวก มีความสำคัญต่ออนาคตของเด็กและเยาวชนจริง

ขยาย impact ด้วย technology

เพื่อขยายผลของ Life Education (Thailand) ไปให้ไกลยิ่งขึ้น คุณสมิตจึงได้ก่อตั้งทีม Mindset Maker ร่วมกับเพื่อนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่าง คุณวัศพล คนไทย (แบงค์) และคุณโสรญา ม่วงเพชร (เบลล์) ร่วมด้วย YouTuber ชื่อดังอย่างคุณดิษฐ์ศกร ชนะศรี (กร) เจ้าของช่อง Kids Dee TV เข้าร่วมการแข่งขัน Education Disruption Hackathon 2 และนำเสนอไอเดีย แพลตฟอร์ม Mindset Maker ที่มีจุดมุ่งหมายช่วยให้คุณครูทั่วประเทศ ‘เข้าใจ’ ในหลักจิตวิทยาเชิงบวก และสามารถ ‘นำไปใช้’ สร้าง Mindset ที่ดีให้กับนักเรียนในวงกว้าง โดยมองเห็นโอกาสของการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก ดังนี้

“เปิดใจ” แพลตฟอร์มให้ความรู้ พาคุณครูมา ‘เข้าใจ’ หลักจิตวิทยาเชิงบวก โดยคุณครูสามารถเข้ามารับชม interactive video จำลองสถานการณ์พบบ่อยในห้องเรียน และเลือกวิธีที่จะตอบสนองกับเหตุการณ์นั้น ๆ จากนั้น video จะแสดงผลกระทบจากการกระทำ ซึ่งจะช่วยให้คุณครูเห็นว่า การตอบสนองแต่ละรูปแบบส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กอย่างไรบ้าง เพราะเหตุใด และควรปรับการแสดงออกอย่างไรจึงจะเสริมสร้าง Mindset ได้ดีที่สุด

“ปรับใจ” แพลตฟอร์มติดอาวุธคุณครู ให้คุณครู ‘ลงมือ’ ปลูกฝัง Mindset ที่ดีให้นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี feature แนะนำหัวข้อในการสนทนาเสริมสร้างจิตวิทยาเชิงบวก ที่สามารถช่วยคุณครูลดเวลาในการเตรียมกิจกรรมได้ และ feature สมุดพก 24 character strengths แสดงจุดแข็งของนักเรียนแต่ละคนจากมุมมองที่คุณครูและเพื่อน ๆ ซึ่งจะช่วยให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ส่วนคุณครูเองก็สามารถใช้ในการพูดคุยชื่นชมเด็ก สื่อสารกับผู้ปกครอง และร่วมกันออกแบบกระบวนการดึงศักยภาพของเด็กตามจุดแข็งได้ต่อไป

สร้างการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ ต้องเริ่มที่ ‘ต้นน้ำ’

ทีม Mindset Maker เข้าใจเป็นอย่างดีว่าหลักการจิตวิทยาเชิงบวก ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคุณครูในประเทศไทย หากทีมมี Product ที่มีคุณค่า แต่ไม่สามารถสื่อสารให้คุณครูเข้าใจและลองเข้ามาใช้งานได้ ก็จะไม่สามรถสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศได้จริง

Mindset Maker จึงมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นน้ำของกระบวนการผลิตครูของประเทศ เกิดเป็น โครงการพัฒนานักศึกษาครู ภายใต้ความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยทีมได้ออกแบบหลักสูตรและลงพื้นที่ไปให้ความรู้นักศึกษาครูในมหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณี (จันทบุรี) และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พร้อมทั้งผลิตสื่อจิตวิทยาเชิงบวกในการรับมือกับปัญหา และพัฒนา Mindset ในเด็กและเยาวชน เพื่อให้คุณครูได้นำไปทดลองใช้อีกด้วย

พร้อมเดินหน้าต่อ เพื่อเยาวชนทั่วไป

แผนการต่อไปของ Mindset Maker คือ ขยายผลโครงการพัฒนานักศึกษาครูดังกล่าวไปยังสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ จึงได้มีการวางแผนโครงการในโมเดล Train the Trainer ให้สามารถสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรให้มากพอสำหรับการรองรับจำนวนสถาบันอุดมศึกษาที่จะเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังวางแผนที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย ให้วิชา ‘การเสริมสร้างจิตวิทยาเชิงบวก’ กลายเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรกลางของคณะครุศาสตร์ทั่วประเทศต่อไปอีกด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทีมยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกับครอบครัว อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญต่อสภาพจิตใจและ Mindset ของเยาวชนเช่นกัน โดยมีแผนการต่อยอด product ให้ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้เพื่อเสริมสร้างจิตวิทยาเชิงบวกจากที่บ้านได้

หากทีมประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนทั้งคุณครูและผู้ปกครองตามที่ตั้งใจไว้ ประเทศไทยคงจะได้เห็นเยาวชนยุคใหม่ ที่สามารถรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ และมีสุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนา Mindset ของเด็กและเยาวชน ก่อนที่จะสายเกินไป…

Update ความรู้จาก Disrupt ได้ที่ช่องทาง